Tuesday, August 12, 2014

พิมพ์เอกสารบน Chromebook ด้วย Google Cloud Print

Chromebook for Business คือโซลูชันในการบริหารจัดการเครื่องคอมพิวเตอร์ สำหรับองค์กร ที่ช่วยให้การกำหนดรูปแบบการใช้งานต่างๆ บน Chromebook สามารถจัดการได้ผ่านระบบ cloud โดยที่องค์กรไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมสำหรับบริหารจัดการเครื่อง, ไม่ต้องจ่ายค่า license สำหรับซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส, ไม่ต้องคอยอัพเดตฐานข้อมูลไวรัสบนเครื่อง, รวมถึงลดค่าใช้จ่ายของซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่ต้องติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ทั่วไป ช่วยลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการคอมพิวเตอร์

ใช้ Chromebook ไม่ต้องลงโปรแกรม


การใช้งาน Chromebook เหมาะกับผู้ใช้งานที่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ผ่าน "web app" ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกใช้งานได้หลายหลายรูปแบบ (สามารถดูรายการ web app ได้จาก Chrome Web Store) รูปแบบการใช้งาน web app นั้น แตกต่างจากการใช้งานซอฟต์แวร์ทั่วไปคือ ไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ที่เครื่อง และ ซอฟต์แวร์มีการอัพเดตตัวเอง ผู้ใช้เพียงแต่เปิด web app ที่ตัวเองใช้งานขึ้นมา ก็สามารถทำงานได้ทันที

ทำงานบน Chromebook ด้วย web app ไม่ต้องติดตั้ง ใช้งานได้เลย

หากไม่มีการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่เครื่อง ซึ่งรวมถึงการติดตั้ง driver ของเครื่องพิมพ์ลงบนคอมพิวเตอร์ เราจะสามารถใช้ Chromebook ในการสั่งพิมพ์งานไปยังเครื่องพิมพ์ได้อย่างไร? ทางออกของโจทย์ข้อนี้คือ "Google Cloud Print"

Google Cloud Print รูปแบบใหม่ของการพิมพ์เอกสาร


Google Cloud Print คือลักษณะการใช้งานเครื่องพิมพ์ผ่านระบบ cloud โดยมีขั้นตอนการเตรียมเครื่องพิมพ์ให้เชื่อมต่อกับระบบ cloud หลังจากเตรียมเครื่องพิมพ์เรียบร้อยแล้ว เราสามารถสั่งพิมพ์งานได้จากหลายอุปกรณ์ และ ไม่ต้องมีการติดตั้ง driver บนอุปกรณ์ที่สั่งพิมพ์ 

การเตรียมเครื่องพิมพ์ให้เป็น Google Cloud Print มี 3 รูปแบบ

เมื่อไม่ต้องลง driver ที่อุปกรณ์ นั่นหมายถึงว่าเราสามารถใช้ Chromebook สั่งพิมพ์งานได้เลย ในความเป็นจริง เราสามารถสั่งพิมพ์งานจากซอฟต์แวร์ที่รองรับ Google Cloud Printing ได้ทั้งหมด เช่น Chrome browser (Windows, Mac, Linux, iOS, Android), Gmail app (iOS, Android), Google Drive app (iOS, Android) และอื่นๆ

ตัวอย่างรายชื่อ app ที่รองรับ Google Cloud Print

รูปแบบการใช้งาน


ลดภาระการติดตั้ง driver ที่เครื่องคอมพิวเตอร์


ลองนึกภาพว่าองค์กรของคุณกำลังเตรียมติดตั้งคอมพิวเตอร์จำนวนมาก และทีมติดตั้งจำเป็นต้องไล่ลงซอฟต์แวร์ และ driver ของเครื่องพิมพ์ ในทุกเครื่อง ทีละเครื่อง และเมื่อมีการอัพเดตซอฟต์แวร์หรือตัว driver เอง ทีมที่ดูแลก็มีหน้าที่คอยตามอัพเดตซอฟต์แวร์นั้นๆ ทีละเครื่องๆ ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปทันทีหากองค์กรของคุณใช้งาน Chromebook ที่สั่งพิมพ์งานผ่าน Google Cloud Print เพียงแค่นำ Chromebook ไปวาง ผู้ใช้งานก็สามารถเปิดขึ้นมาใช้งานและสั่งพิมพ์งานได้ทันที

สั่งพิมพ์เอกสารล่วงหน้า หยิบไปใช้ได้ทันที


สมมติว่าคุณกำลังอยู่ระหว่างเดินทาง และเพิ่งได้รับแชร์เอกสารจากเพื่อนร่วมงาน ซึ่งจำเป็นต้องนำไปใช้งาน คุณสามารถสั่งพิมพ์เอกสารนั้นไปที่เครื่องพิมพ์ที่ออฟฟิศ เมื่อคุณถึงออฟฟิศเอกสารที่สั่งพิมพ์จะถูกพิมพ์เรียบร้อย รอให้คุณหยิบไปใช้งานได้ทันที

พิมพ์เอกสารตาม kiosk


ตัวอย่างเช่น public kiosk ตามสาขาหรือที่สาธารณะ มีเครื่องที่ผู้เข้ามาใช้บริการสามารถสั่งพิมพ์เอกสารที่จำเป็นในการทำธุรกรรมนั้นๆ เช่นสั่งพิมพ์ borading pass ด้วย kiosk ในสนามบิน, สั่งพิมพ์ใบกรอกภาษีตามหน่วยรับชำระภาษี, สั่งพิมพ์แบบฟอร์มทำธุรกรรมการเงินในสาขาของธนาคาร และอื่นๆ อีกมากมาย

สนใจนำ Chromebook มาใช้งานในองค์การ สามารถติดต่อได้ที่ google@tangerine.co.th คับ
--
www.tangerine.co.th

Sunday, August 3, 2014

การใช้งาน Chromebook ในรูปแบบ kiosk

Chromebook for Business คือโซลูชันสำหรับองค์กร ที่ช่วยให้องค์กรสามารถกำหนด policy ต่างๆ ไปที่ Chromebook ได้โดยสะดวก รวมถึงระบบความปลอดภัยของ Chrome OS ทำให้องค์กรสามารถกำหนดสภาพแวดล้อมในการใช้งาน Chromebook ของผู้ใช้งาน ให้ปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้น

ผู้ดูแลระบบ สามารถกำหนด policy ต่างๆ ได้โดยสะดวก ผ่าน management console

โดยทั่วไป Chromebook จะถูกมองเป็น laptop ที่ใช้งาน Chrome OS ดังนั้นลักษณะการใช้งานก็จะเป็นการทำงานทั่วๆ ไปที่ผู้ใช้สามารถทำผ่าน web browser ได้ เช่น เชคอีเมล, ประชุม video conference ฯลฯ

โดยทั่วไป เราสามารถใช้งาน Chromebook เพื่อทำงานต่างๆ ผ่าน web browser ได้

บทความนี้จะแนะนำการใช้งาน Chromebook, Chromebox ในอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นก็คือ การใช้งานเป็น Chromebook เป็น kiosk ซึ่งหมายถึงลักษณะการใช้งานที่วางเครื่องไว้กับที่ และมีผู้ใช้หลายๆ คนมาใช้งานร่วมกัน ซึ่งจะเป็นการใช้งาน kiosk ใน 2 ลักษณะคือ

  1. ใช้งานเป็นเครื่องสาธารณะ หรือ Public Session Kiosk
  2. ใช้งานแบบจำกัดประสบการณ์ หรือ Single App Kiosk

Public Session Kiosk

การตั้ง kiosk สำหรับใช้งานในที่สาธารณะเป็นลักษณะ internet corner สำหรับให้บริการ internet แก่ลูกค้าในบริเวณตามสถานที่ต่างๆ อาทิ
  • ร้านกาแฟ
  • ห้องสมุด
  • ห้องโถงของโรงแรม
  • ห้องนั่งพัก ของร้านบริการทำความสะอาดรถ
  • จุดบริการในสนามบิน
  • จุดบริการตามสาขาของธนาคาร
  • ห้องโถงของสถาบันสอนภาษา
  • ซุ้มชั่วคราวตามงาน event ต่างๆ
  • บริเวณนั่งพักของห้างสรรพสินค้า, โรงหนัง, โชว์รูมรถยนต์, คอนโด
  • อื่นๆ อีกมากมาย

kiosk สำหรับให้ลูกค้าเข้ามาใช้งานในร้าน (ที่มา: Google Enterprise Blog)

การใช้งาน Chromebook for Business ในรูปแบบ Public Session Kiosk นั้น องค์กรสามารถกำหนดการใช้งาน Chromebook พร้อมคุณสมบัติต่างๆ เช่น

  • ตั้งค่าแสดงข้อความ "เงื่อนไขการใช้งาน" ที่องค์กรกำหนด และต้องกดรับทราบก่อนเริ่มใช้งาน
  • ตั้งระยะเวลาสูงสุดในการใช้งานแต่ละครั้ง เมื่อครบกำหนด Chromebook จะ sign out โดยอัตโนมัติ
  • เมื่อไม่มีการตอบสนองจากผู้ใช้ตามระยะเวลาที่กำหนด Chromebook จะ sign out โดยอัตโนมัติ
  • ปิดการใช้งานอุปกรณ์เก็บข้อมูลภายนอก (เช่น external harddisk, usb drive) 
  • กำหนดหน้า home page ที่จะแสดงผลทุกครั้งเมื่อผู้ใช้งานเข้ามาในระบบ (เช่น แสดงหน้าข้อมูล promotion หรือ campaign ต่างๆ ขององค์กร)
  • กำหนด url ที่ห้ามเข้าใช้งานผ่าน Chromebook (เช่นเวบไซต์อันตราย, มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หรือมีเนื้อหาไม่เหมาะสม)
  • เมื่อมีการ sign out (ผู้ใช้งานกด sign out หรือ Chromebook sign out อัตโนมัติตามเวลาที่กำหนด) ข้อมูลจะทั้งหมดไม่หายไปจาก session นั้นๆ ทำให้ผู้อื่นสามารถใช้งานต่อได้โดยไม่มีข้อมูลของผู้ใช้งานคนก่อนหน้าค้างอยู่

(วีดีโอแสดงตัวอย่างของการใช้ Chromebook ในรูปแบบ Public Session Kiosk ที่มีการตั้งให้แสดง "เงื่อนไขการใช้งาน" และต้องกดยอมรับก่อนเข้าใช้งาน, การตั้งหน้า home page ที่จะเปิดขึ้นมาหลังเข้าใช้งานทุกครั้ง เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่จะเป็นการเข้าหน้า login ใหม่ทุกครั้ง ไม่มีการเก็บข้อมูลผู้ใช้ในเครื่อง)

Single App Kiosk

การใช้งาน Chromebook for Business ในรูปแบบ Single Apps Kiosk จะเป็นการ "จำกัด" ประสบการณ์ในการใช้งานให้อยู่ในขอบเขตที่องค์กรจัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น ไม่สามารถใช้งานส่วนอื่นๆ นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ได้ แบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ

  1. เป็น kiosk สำหรับพนักงานขององค์กร ตัวอย่างการใช้งาน เช่น
    • kiosk สำหรับพนักงานโรงแรม ให้บริการลงทะเบียนเข้าพัก
    • kiosk สำหรับพยาบาลลงบันทึกอาการของผู้ป่วย
    • kiosk สำหรับวิศวกรโรงงานลงบันทึกความเรียบร้อยของสภาพเครื่องจักร
    • kiosk สำหรับพนักงานขายตามหน้าร้าน หรือสาขา
    • อื่นๆ อีกมากมาย
  2. เป็น kiosk สำหรับให้บริการแก่ลูกค้าขององค์กรอีกทีหนึ่ง อาจจะเป็น kiosk สำหรับตั้งตามสาขา หรือตามงาน event  ต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าใช้งาน เช่น
    • ทำแบบประเมิน หรือทำแบบทดสอบความรู้ เพื่อชิงรางวัล
    • ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ interactive
    • ใช้แสดงผลอย่างเดียว (ทำเป็น digital signage)
    • ให้ผู้ร่วมงาน มาลงทะเบียนด้วยตนเองได้ที่หน้างาน
    • อื่นๆ อีกมากมาย
การทำ kiosk สำหรับให้พนักงานใช้งาน (ที่มา: stickmanventures)

Single App Kiosk ช่วยให้องค์กรไม่ต้องมาจัดการเรื่องตัวเครื่อง เพราะ Chromebook ที่ตั้งค่าในรูปแบบนี้ไม่สามารถใช้งานอย่างอื่นได้ (หากเป็น PC ทั่วไป จะต้องมีการกำหนด permission ต่างๆ มากมาย บนตัวเครื่องหรือบนระบบปฏิบัติการ)


(วีดีโอแสดงตัวอย่างของการใช้ Chromebook ในรูปแบบ Single App Kiosk เมื่อเปิดเครื่องจะเข้าสู่ app ที่ตั้งไว้ทันที การใช้งานจะถูกจำกัดให้อยู่ภายใน app ที่กำหนดไว้เท่านั้น ไม่สามารถเปิดหน้าต่าง หรือ tab อื่นๆ ได้)

สนใจนำ Chromebook มาใช้งานในรูปแบบ kiosk สามารถติดต่อได้ที่ google@tangerine.co.th คับ
---